เว็บไซต์นี้เป็นเว็บไซต์อิสระเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐบาลไทย สถาบันประกันภัยแห่งชาติคอสตาริกา (INS) หรือหน่วยงานทางการใด ๆ

คู่มือข้อมูลอิสระ

ประกันภัยภาคบังคับสำหรับรถจักรยานยนต์ ในไทยและคอสตาริกา

อธิบายแบบเข้าใจง่ายว่า พ.ร.บ. ของไทย และ SOA ของคอสตาริกาทำงานอย่างไร คุ้มครองอะไรบ้าง ต่ออายุอย่างไร ยื่นเคลมอย่างไร และขับขี่อย่างไรให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น

ภาพประกอบ: รถจักรยานยนต์จอดอยู่บนถนน ด้านซ้ายเป็นหลังคาวัดไทย ด้านขวาเป็นภูเขาไฟ ต้นปาล์ม และมหาสมุทรแปซิฟิกของคอสตาริกา

เลือกอ่านตามหัวข้อ

เปรียบเทียบแบบย่อ

สรุปประกันภัยภาคบังคับในไทยและคอสตาริกา
หัวข้อไทย · พ.ร.บ.คอสตาริกา · SOA
คุ้มครองอะไรการบาดเจ็บและเสียชีวิตของบุคคลจากอุบัติเหตุทางรถการบาดเจ็บและเสียชีวิตของบุคคล (คนเดินถนนและผู้โดยสาร)
คุ้มครองตัวรถไหมไม่คุ้มครองความเสียหายของรถไม่คุ้มครองความเสียหายของรถ
จ่ายเมื่อไรทุกปี ควบคู่กับการต่อภาษีรถประจำปีทุกปี รวมอยู่ในค่ามาร์ชาโม
วงเงินอ้างอิงสูงสุด 500,000 บาทต่อคน กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร[5]สูงสุด 6,000,000 โกลอนต่อคนต่ออุบัติเหตุ (ปี 2026)[6]

ดูตารางเปรียบเทียบฉบับเต็ม →

ภาพรวม: รถจักรยานยนต์ในตัวเลข

รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะสำคัญในชีวิตประจำวันของทั้งสองประเทศ และเป็นกลุ่มที่มีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนมากที่สุดด้วย

ไทย

83.8%

ของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในปี 2564 (ค.ศ. 2021) เป็นผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ตามการประมาณการขององค์การอนามัยโลก ซึ่งประมาณว่ามีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 18,218 คน[1]

คอสตาริกา

448 จาก 876

คือจำนวนผู้เสียชีวิตบนท้องถนนในปี 2024 ที่เดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ ตามข้อมูลของ COSEVI ที่สื่อในประเทศนำมาเผยแพร่[2]

ทั่วโลก

21%

ของผู้เสียชีวิตบนท้องถนนทั่วโลกเป็นผู้ใช้รถสองล้อและสามล้อ ตามรายงานขององค์การอนามัยโลกปี 2023[3]

สองวัฒนธรรมบนสองล้อ

ภาพประกอบ: รถจักรยานยนต์หน้าหลังคาวัดซ้อนชั้นและตึกในกรุงเทพฯ ไทย

วินมอเตอร์ไซค์กับเมืองที่ไม่เคยหลับ

ในกรุงเทพฯ วินมอเตอร์ไซค์ในเสื้อวินสีสดรอรับผู้โดยสารอยู่ตามปากซอย พาไปถึงตรอกซอกซอยที่รถยนต์เข้าไม่ถึง รถจักรยานยนต์ยังเป็นเครื่องมือทำมาหากินของไรเดอร์ส่งอาหารและพ่อค้าแม่ค้าอีกมากมาย

ภาพประกอบ: รถจักรยานยนต์บนถนนข้างภูเขาไฟ ป่าเขียวขจี และชายฝั่งแปซิฟิก คอสตาริกา

มอเตอร์ไซค์คู่ชีวิตประจำวัน

ในคอสตาริกา หลายคนใช้รถจักรยานยนต์ไปทำงาน ไปเรียน หรือส่งของ เพราะประหยัดและคล่องตัวท่ามกลางรถติดในเขตหุบเขาตอนกลาง ส่วนเส้นทางบนภูเขาและฤดูฝนก็ทำให้ต้องขับขี่อย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ

สิ่งที่เหมือนกัน: ทั้งสองประเทศใช้รถจักรยานยนต์ในชีวิตประจำวัน และระบบประกันของทั้งคู่คุ้มครอง "คน" ไม่ใช่ "รถ" สิ่งที่ต่างกัน: ผู้ขายประกัน วิธีชำระเงิน และระยะเวลาในการยื่นเคลม