ประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.)
ประกันภัยที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 เพื่อคุ้มครองผู้ที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถ[1]
พ.ร.บ. คืออะไร
คำว่า "พ.ร.บ." ย่อมาจาก "พระราชบัญญัติ" คนทั่วไปใช้เรียกประกันภัยรถภาคบังคับ ซึ่งเกิดขึ้นตามกฎหมายปี 2535[1] ออกโดยบริษัทประกันภัยที่ได้รับอนุญาต ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)
เป้าหมายคือให้ผู้ประสบภัยได้รับการรักษาและค่าเสียหายเบื้องต้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ว่าใครเป็นฝ่ายผิด[2]
ใครต้องทำ
กฎหมายกำหนดให้เจ้าของรถทุกคัน รวมถึงรถจักรยานยนต์ ต้องจัดให้มีประกันภัยนี้[1] ในทางปฏิบัติต้องต่ออายุทุกปี และใช้ประกอบการต่อภาษีรถประจำปีกับกรมการขนส่งทางบก[7]
คุ้มครองอะไรบ้าง
คุ้มครองความเสียหายต่อ ร่างกายและชีวิต ของผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และคนเดินถนน แต่ ไม่คุ้มครอง ความเสียหายของรถจักรยานยนต์ รถคันอื่น หรือทรัพย์สิน[7] ความคุ้มครองแบ่งเป็น 2 ส่วน ดังนี้
1. ค่าเสียหายเบื้องต้น (จ่ายโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด)
2. วงเงินคุ้มครองสูงสุดตามกรมธรรม์ (หลังพิสูจน์ความรับผิดแล้ว)
- ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ ไม่เกิน 80,000 บาท ต่อคน[4]
- เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 500,000 บาท ต่อคน ซึ่งปรับเพิ่มจาก 300,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563[4][5]
- ค่าชดเชยรายวันกรณีนอนโรงพยาบาล วันละ 200 บาท ไม่เกิน 20 วัน[3]
- วงเงินรวมสูงสุด 504,000 บาท ต่อคน[4]
อัปเดตล่าสุด: คำสั่งนายทะเบียนที่ 51/2568 ปรับเพิ่มวงเงินความรับผิดสูงสุดต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้งเป็น 20 ล้านบาท สำหรับรถทุกประเภท โดยไม่เพิ่มเบี้ยประกัน และบริษัทประกันต้องใช้แบบกรมธรรม์ใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569[6]
ต่ออายุอย่างไร
- ตรวจสอบวันหมดอายุในกรมธรรม์ฉบับปัจจุบัน
- ต่ออายุกับบริษัทประกันภัยที่ได้รับอนุญาตจาก คปภ. หรือช่องทางจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต เบี้ยประกันกำหนดตามประเภทรถ ควรสอบถามจากบริษัทประกันโดยตรง
- เก็บกรมธรรม์ไว้ให้ดี เพราะต้องใช้ทั้งตอนต่อภาษีรถประจำปีและตอนยื่นเคลม[7]
ยื่นเคลมอย่างไร
- เข้ารับการรักษา ที่โรงพยาบาลใกล้ที่สุด และแจ้งว่าเป็นผู้ประสบภัยจากรถ
- เตรียมเอกสาร กรณีบาดเจ็บ ใช้ใบเสร็จหรือใบแจ้งหนี้ค่ารักษาพยาบาล กรณีเสียชีวิต ใช้สำเนามรณบัตร และสำเนาบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวน หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถ[8]
- ยื่นคำร้อง กับบริษัทประกันภัยของรถคันนั้น ตามข้อมูลของ คปภ. ค่าเสียหายเบื้องต้นโดยทั่วไปจะจ่ายภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำร้อง[2]
- ยื่นให้ทันเวลา ต้องขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นภายใน 180 วัน นับแต่วันที่เกิดความเสียหาย (มาตรา 27)[2]
ถ้ารถไม่มี พ.ร.บ. ล่ะ? กฎหมายกำหนดให้มีกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย ซึ่งดูแลโดย คปภ. ผู้ประสบภัยสามารถยื่นขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นจากกองทุนนี้ได้[2] สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ oic.or.th
คำถามที่พบบ่อย
ค่าเสียหายเบื้องต้นขึ้นอยู่กับว่าใครผิดไหม
ไม่ขึ้นอยู่ ตามข้อมูลของ คปภ. ค่าเสียหายเบื้องต้นจ่ายโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความรับผิด ส่วนวงเงินที่เกินจากนั้นขึ้นอยู่กับผลการพิสูจน์ความรับผิดและเงื่อนไขกรมธรรม์[2]
พ.ร.บ. จ่ายค่าซ่อมรถให้ไหม
ไม่จ่าย พ.ร.บ. คุ้มครองเฉพาะความเสียหายต่อร่างกายและชีวิตเท่านั้น หากต้องการความคุ้มครองตัวรถ ต้องทำประกันภัยภาคสมัครใจเพิ่มเติม[7]
ยื่นเคลมผ่านเว็บไซต์นี้ได้ไหม
ไม่ได้ เราเป็นเว็บไซต์อิสระที่ให้ข้อมูลเท่านั้น การเคลมต้องยื่นกับบริษัทประกันภัย คปภ. หรือช่องทางทางการ